พระอรหันต์ พ.ศ. นี้ ที่เล็บใสเป็นพระธาตุ

Want create site? Find Free WordPress Themes and plugins.

ตั้งใจโดนให้ไปทำบุญกับ

พระอรหันต์ พ.ศ. นี้ ที่เล็บใสเป็นพระธาตุ

ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่

            ในแวดวงผู้นิยมพระเครื่องพระบูชา ตลอดจนนักนิยมพลังจิตโดยทั่วไปของบรรดาพี่น้องชาวไทยในยุคนี้ ย่อมรู้จัก หลวงปู่คำบุ วัดกุดชมภู สุดยอดพระเกจิอาจารย์ในยุค พ.ศ.2556 เป็นอย่างดี หลวงปู่คำบุท่านดังอย่างโดดเด่นในช่วงระยะเวลาเพียง 5-6 ปีมานี้ ก่อนที่ญาถ่านสวน พระอริยสงฆ์สายอิสานมรณะภาพ ท่านบอกว่าพระสงฆ์ที่มีบุญบารมีแก่กล้าพอที่จะแทนท่านได้ เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ก็คือ ญาถ่านคำบุ หรือหลวงปู่คำบุ

จากวาจาศักดิ์คำนี้ หลวงปู่คำบุจึงเป็นที่รู้จักกันในแถบอีสานเหนือ และขจรขจายอย่างรวดเร็ว วัตถุมงคลพระเครื่องที่ท่านทำแจกเกิดประจักษ์แจ้งในอิทธิปาฎิหารย์อย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะด้านคงกะพัน ยิงไม่เข้าฟันไม่ออก หรือแคล้วคลาดจากอาวุธปืน จนเป็นที่ร่ำลือ ผู้คนจึงมุ่งมาพึ่งบารมีขอของดีจากท่านอย่างเนืองแน่น ชื่อเสียงของท่านโดงดังมาก วัดวาอารามต่างๆ รวมถึงผู้สร้างพระต่างก็มุ่งไปหาท่านเพื่อขอทำของ ออกมาจำหน่าย “ของ” ของท่านออกมาเดือนละหลายรุ่น

ชื่อของญาถ่านคำบุจึงโด่งดังมาก วัตถุมงคลที่มีท่านปลุกเสกขายได้ทุกอย่าง การที่ท่านโด่งดังอย่างนี้ ผมเกือบจะไร้ความศรัทธา และคิดว่าที่ท่านดังโดดเด่นขึ้นมาในระยะเวลาอันรวดเร็ว คงเป็นเพราะนักสร้างพระเครื่องเข้ามาโปรโมท โฆษณาประชาสัมพันธ์กันอย่างเป็นขบวนการ เหมือนกับที่พวกเขาคิดกับผมเมื่อ 30-40 ปีมาแล้ว สมัยนั้นผมเป็นฆาราวาสคนแรกที่หลวงปู่ทิม เรียกให้เข้าไปทำพระหรือสร้างพระเครื่องให้ท่าน และพระเครื่องชุดที่ผมทำให้หลวงปู่ทิมที่เรียกว่าชุดชินบัญชร และเจริญพรก็ดังเอามากๆ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ อายุ 95 ปี ที่ไม่ค่อยจะมีคนรู้จักเลยก็ดังโดดเด่นเอามาก เขาหาว่าผมเขียนเองเชียร์เอง

จนหลวงปู่ทิมโด่งดังเป็นที่รู้จักและพระเครื่องต่างๆ ที่ผมสร้างออกได้ยุคนั้น มีหนังสือพระเครื่องที่ผมเป็นบรรณาธิการเขียนถึงหลวงปู่ทิมอยู่ฉบับเดียว ฉบับอื่นนอกจากจะไม่กล่าวถึงหรือแตะต้องแล้ว ยังกล่าวให้เสียๆ หายๆ อีกด้วย แต่ระยะเวลาที่ผ่านมา 30-40 ปี ก็เป็นเครื่องพิสูจน์เหมือนวลีที่ว่า ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน กับหลวงปู่คำบุที่มีชื่อเสียงขจรขจาย โด่งดังในเวลาไม่นาน ผมก็เลยคิดว่าคงจะต้องใช้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ผมก็เลยเฉยกับท่าน ทั้งๆ ที่ผมกำลังทำงานใหญ่ให้หลวงปู่ทิมที่ต้องใช้เงินมาก

จนเมื่อผมจะทำพิธีพุทธาภิเษก พระกริ่งชินบัญชร 9 มหาฤกษ์ 9 มหาชัย 9 พุทธรักษา หมื่นวัดที่ยังไม่เคยมีใครทำสำเร็จมาก่อนเพื่อหาปัจจัยไปสร้างรูปเหมือนโลหะขนาดใหญ่หน้าตัก 12 เมตร ที่วัดละหารไร่ ซึ่งขณะนี้กำลังสร้างอยู่ เมื่อจะประกอบพิธีพุทธาภิเษกเป็นครั้งที่ 9 ครั้งสุดท้ายที่มีความสำคัญที่สุด ต้องนิมนต์พระเกจิที่โด่งดัง และแก่กล้าในวิทยาคมมานังปลุกเสกเพียงไม่เกิน 4 องค์ ผมจึงต้องนิมนต์หลวงปู่บัว อายุ 84 ปี วัดเกาะตะเคียน (สรีบูรพาราม) จ.ตราด และหลวงปู่คำบุ หรือญาถ่านคำบุ วัดกุดชมภู ที่กำลังโด่งดัง ที่ผมบอกว่าผมเฉยๆ กับท่าน แต่จำเป็นต้องกัดฟันนิมนต์ เพราะทั้ง 2 องค์ ผมต้องกัดฟันถวายปัจจัยท่านร่วมแสนเกือบครึ่งล้าน ตามคำเรียกร้องของคณะกรรมการ พระผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่ง คือ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์พระญาติ ซึ่งขณะนั้นท่านยังเป็นพระพรหม หลังจากนั้นอีกเพียง 2 เดือน ถึงได้สถาปนาเป็นสมเด็จพุทธชินวงศ์ พระผู้ใหญ่องค์นี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดระยองเป็นผู้นิมนต์ ปัจจัยที่ถวายจึงเป็นหน้าที่ของท่านผู้ว่า

เมื่อพระคุณเจ้าทั้ง 3 องค์พบกันหน้าพระอุโบสถวัดละหารไร่ บ่ายวันที่ 7 ตุลาคม 2553 ต่างองค์ต่างพนมมือทักทายกัน แดดยามบ่ายที่กำลังร้อนแรงได้ร้องคำรามกึกก้องขึ้นถึง 3 ครั้ง 3 ครา เป็นที่ตื่นตะลึงของทุกๆ คนในพิธีนั้น ยิ่งกว่านั้นโบสถวัดละหารไร่ก็สะเทือนเหมือนเรือโคลง เมื่อทั้ง 3 องค์ก้าวเท้าเข้าโบสถเพื่อร่วมกันจุดเทียนชัยในพิธีพุทธาภิเษกพระกริ่งชินบัญชร 9 ฤกษ์ ที่มีหลวงพ่อสิน วัดละหารใหญ่นั่งรอพิธีอยู่

คงจะเป็นด้วยความมหัศจรรย์ เหนือดินเหนือฟ้าในครั้งนั้น หลวงปู่คำบุ จึงให้ลูกศิษย์ของท่านต่อโทรศัพท์มาถึงผมขอให้ไปช่วยสร้างพระให้ท่านในงานวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 90 ปี เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 “พระกริ่งชินบัญชรอิสาน” ที่เททองแบบโบราณด้วยดินไทยประยุกต์ก็เกิดขึ้น เททองเสร็จก็ทุบเบ้าล้างให้เห็นกันสดๆ พระกริ่งชินบัญชรอิสานของหลวงปู่คำบุก็หมด และดังทะลุฟ้าทะลุดิน

ระหว่างออกให้บูชา คุณสุชาติ เจ้าหน้าที่การบินไทย ก็นำเอาเล็บเท้าของหลวงปู่คำบุที่ตัดไว้เมื่อ 3 ปีก่อนออกมาให้ดู เล็บเท้าทั้ง 3 ชิ้นอยู่ในพระอบแก้วกลายเป็นแก้วใสๆ แล้วทั้ง 3 ชิ้น โดนใจผมจริง นั้นคือพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นชัดว่าหลวงปู่คำบุเป็นพระอริยบุคคลขั้นพระอรหันต์ไปแล้วอย่างแน่นอน เพราะเพียงเล็บเท้าชิ้นเล็กๆ ทั้ง 3 ชิ้นที่คุณสุชาติตัดไว้เมื่อปี 2551 ได้แปรสภาพเป็นแก้วไปหมดแล้ว คณะของคุณสุชาติจึงติดตามผลงานการสร้างวัตถุมงคลครั้งสำคัญๆ เรื่อยมา

พระกริ่งชินบัญชรมหาอุปคุต

เมื่ออายุครบ 90 ปี พระครูพิบูลนวะกิจ หลวงปู่คำบุ คุตตจิตโต ให้ อ.ชินพร สุขสถิตย์ สร้างพระกริ่งชินบัญชรอีสาน ก็ดังทะลุฟ้าทะลุดินเป็นหนึ่งในสยาม เมื่ออายุ 91 ปี ตรงกับเลขศาสตร์ที่เป็นมหามงคลยิ่งเพื่อให้ผู้ที่เคารพนับถือศรัทธา ท่านมีสุดยอดวัตถุมงคลไว้ใช้ ได้ทั้งบุญ ทั้งกุศลไปพร้อมๆ กัน ท่านจึงให้ อ.ชินพร สุขสถิตย์ สร้างพระกริ่งให้ท่านอีกครั้งเพื่อหาปัจจัยมาสร้างรูปเหมือนท่านในกุด (สระ) ชมภู อ.ชินพร สุขสถิตย์ จึงสร้างพระกริ่งชินบัญชรมหาอุปคุตผู้ปราบมาร โดยทำพิธีเททองที่กลางกุด (สระ) ชมภู ก็จะสื่อไปถึงมหาอุปคุตเถระได้เช่นกัน อีกทั้งสระนี้เคยเป็นที่อยู่ของพญานาคที่คอยปกป้องชาวกุดชมภูและวัดมานานแล้ว การเททองหล่อพระกริ่งชินบัญชรมหาอุปคุตปราบมารจึงเกิดขึ้นในแพกุดชมภู เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 15.15 น.

ขณะประกอบพิธีบรวงสรวงมีสัตว์น้ำขนาดใหญ่โผล่กลางลำตัวยาว 1 วา ให้เห็น เจ้าหน้าที่ ธ.ออมสินได้ถ่ายภาพไว้ และคลิกภาพให้นายภานุพงษ์ เจ้าของโรงหล่อที่ตามหลังขึ้นมาดูด้วย หลังจากนั้นนายอั้น ศิษย์ที่ติดตามหลวงปู่ชม โอภาโส วัดสามัคคี จ.หนองคาย เล่าว่าหลวงปู่ชมได้บอกว่า พระมหาอุปคุตมาปรากฏ บอกครูบาอาจารย์ และเทพพระพรหมอีกมากมาย โดยมีพญานาคนำ ท่าน (หลวงปู่ชม) ยังสู่ขวัญให้เมื่อท่านลากลับ

พระมหาอุปคุตเถระ เป็นพระอรหันต์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ท่านเกิดหลังพระพุทธเจ้านิพานเพียงร้อยกว่าปี จำศีลอยู่ใต้สะดือทะเล พระเจ้าอโศกมหาราชได้นิมนต์มาป้องกันพญามารเมื่อครั้งฉลองพระมหาเจดีย์ 84,000 องค์ งานสร้างพระกริ่งชินบัญชรมหาอุปคุตเถระครั้งนี้ นอกจากหาปัจจัยสร้างรูปเหมือนแล้วยังอาราธนาขอบารมีท่านให้ช่วยผ่อนคลายความเดือดร้อนทั้งที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติให้เบาลง เพื่อให้การสร้างพระครั้งนี้เป็นตามเคล็ดลับของหลวงปู่ทิม ที่สร้างแล้วต้องดัง อ.ชินพร ผู้สร้าง จึงเชิญพระ (จเร) ตำรวจ อัยการผู้ใหญ่ และเจ้าสัวนายธนาคารมาร่วมพิธีกลาง กุด (สระ) ชมภูด้วย

ก่อนเกิดเป็นพระมหาอุปคุต ท่านเกิดเป็นลิงมาชาติหนึ่ง การสร้างพระกริ่งชินบัญชรมหาอุปคุตเพื่อดับร้อนผ่อนเย็นจึงต้องสร้างมัจฉานุลูกชายพญาหนุมาน ผู้ฆ่าไม่ตายขึ้นมาเป็นทหารเอกของพระอุปคุต เพื่อบันดาลความมั่งคั่งร่ำรวยให้ศิษยานุศิษย์จึงให้สร้าง เจ้าพระคลังหลวง ท่านท้าวธนบดีหรือ ไฉ่ ชิง เอี้ย ของมหายานในรูปพระธนบดีผู้นั่งเฝ้าทรัพย์สมบัติขึ้นมาด้วยอีกเช่นกัน

 

หลวงปู่คำบุ มอบหมายให้คุณชินพร ศิษย์เอกหลวงปู่ทิม สร้างพระมหาอุปคุตเถระ เป็นพระอรหันต์ที่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน ท่านเกิดเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพานไปแล้วเพียง 200 ปี เมื่อครั้งพระเจ้าอโศกมหาราชจะฉลองพระมหาเจดีย์ได้นิมนต์ท่านขึ้นจากสะดือทะเลที่ท่านจำศีลอยู่เพื่อป้องกันพญามารมาก่อกวนพิธี ท่านได้อธิฐานนำหมาเน่าผูกคอพญามารจนสิ้นฤทธิ์ พญามารถึงกับพูดว่าพระพุทธองค์ยังไม่ทรมานเราถึงขนาดนี้ ท่านเป็นพระสาวกทำเราถึงเจ็บนัก การสร้างพระกริ่งชินบัญชรมหาอุปคุตในครั้งนี้ก็เพื่อดับร้อนผ่อนเย็นให้แก่ประเทศชาติ ซึ่งยังมีปัญหาอยู่มากมาย สร้างขึ้นตามแบบฉบับและเคล็ดลับในการสร้างพระสำคัญๆ ของหลวงปู่ทิม จึงได้เชิญบุคคลสำคัญที่มีตำแหน่งอันเป็นมงคลมาร่วมพิธี คือ เชิญพระตำรวจหลวง พล.ต.ท.มล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ พระอัยการหลวง ท่านอรรถพล ใหญ่สว่าง รองอัยการสูงสุด และเจ้าแห่งทรัพย์ ท่านเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย มาร่วมสร้างเพื่อให้ส่งผลมีพลานุภาพอย่างเต็มที่

 

ประวัติหลวงปู่คำบุ คุตตจิตโต

วัดกุดชมภู ต.กุดชมภู อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี

ชาติกำเนิดของหลวงปู่ ท่านถือกำเนิดในตระกูลคำงามมีอาชีพทำนาทำสวน ของพ่อสาและแม่หอม คำงาม ท่านเกิดวันจันทร์ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 3 ปีจอ ตรงกับวันที่  15 กุมภาพันธ์ 2465  ซึ่งเป็นวัมาฆบูชา ณ บ้านกุดชมภู ท่านเป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 6 คน ชื่อเดิมของท่านคือ “คำบุ คำงาม”

ได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี 2482 ณ วัดกุดชมภู โดยมี พระครูญาณวิสุทธิคุณ ( กอง ) วัดโพธิ์ตากเป็นพระอุปัชฌาย์ สมัยเป็นสามเณรได้เคยไปกราบไหว้หลวงปู่รอด วัดทุ่งศรีเมือง พระครูวิโรจน์  รัตนโนบล เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานีอยู่หลายครั้ง ซึ่งขณะนั้นหลวงปู่รอดอยู่ในวัยชราภาพได้ให้ความเมตตากับสามเณรคำบุเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนั้นแล้วท่านได้พบกับพระอาจารย์รอด วัดบ้านม่วง ซึ่งขณะนั้นท่านเป็นพระอุปัฏฐาก พระครูวิโรจน์รัตนโนบลอยู่  ด้วยความเป็นคนบ้านเดียวกัน  จึงสนิทสนมกับสนามเณรคำบุเป็นอย่างมากพระอาจารย์รอด วัดบ้านม่วงท่านเป็นพระที่ร้อนวิชา มีวิชาอาคมแก่กล้ามาตั้งแต่หนุ่ม ชอบลองวิชาอาคมอยู่เสมอด้วยความเอ็นดูสามเณรคำบุ  จึงได้สอนวิชาอาคมให้ตั้งแต่นั้นมา

พระอาจารย์รอด วัดบ้านม่วง รูปนี้ถ้าไปถามชาวบ้านแถบพิบูลย์มังสาหารจะกล่าวกันว่าวัตถุมงคลของท่านยอดเยี่ยมจริงๆ  ทั้งตะกรุดและสีผึ้งเรียกว่าสุดยอดเลยที่เดียว ต่อมาสามเณรคำบุได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ เมื่อปี พ.ศ.2486 ได้รับฉายาว่า “คุตตจิตโต” โดยมีพระครูสาธุธรรมจารี (สาป วัดดอนจิกเป็นพระอุปัชฌาย์) และยังเรียนวิชาอาคมกับพระอาจารย์รอด วัดบ้านม่วง อยู่เสมอมาอย่างเดิม

พระอาจารย์รอดผู้เป็นศิษย์อุปัฏฐากพระครูวิโรจน์ วัดทุ่งศรีเมือง ซึ่งท่านก็เป็นที่กล่าวขานกันว่าเป็นหนึ่งในด้านวิทยาคมของไทยในยุคนั้นเป็นผู้สร้างเหรียญหลักเมืองอุบล จนเป็นตำนานมาแล้ว จึงนับได้ว่าหลวงปู่คำบุ เป็นศิษย์ในสายของหลวงปู่รอดวัดทุ่งศรีเมืองและศิษย์พระอาจารย์รอด วัดบ้านม่วง เป็นหลัก ส่วนอาจารย์อื่นๆ นั้น ก็มีสายของสำเร็จลุ่นแห่งเมืองลาว พระกัมมัฏฐานแพงและหลวงปู่ญาท่าสวนที่หลวงปู่ไปเรียนวิชาด้วย

Did you find apk for android? You can find new Free Android Games and apps.

About The Author

Profile photo of miracle2727

ASDFSADFASD ASDFA SDFASD FASDASDF ASDFASDFASDFASDFASDFASDFASDF ASDFASDFASDFASDF DSADFASDFASD ADSFADSFASDF ASDFASDFASDF ASDFASDFASDF ASDFSADFASF ASDFASDFASDFA ASDFASDFASD DSAFASDFSADF

Related posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Translate »

Responsive WordPress Theme Freetheme wordpress magazine responsive freetheme wordpress news responsive freeWORDPRESS PLUGIN PREMIUM FREEDownload theme free