เขี้ยวเสือหลวงพ่อปาน วัดมงคลโคธาวาส

Want create site? Find Free WordPress Themes and plugins.

เขี้ยวเสือหลวงพ่อปาน วัดมงคลโคธาวาส

 

ในบรรดาเครื่องรางของขลังในประเทศไทยนั้น ที่นิยมกันมากมีอยู่ด้วยกันหลายอย่างหลายชนิด แต่ที่ขึ้นชื่อในความขลัง กระทั่งเป็นตำนาน และเป็นความใฝ่ฝันของนักสะสม จนมีคนผูกเป็นคำคล้องจองกันก็มีอยู่สี่ห้าอย่าง อาทิ

เสือ หลวงพ่อปาน

หนุมาน หลวงพ่อสุ่น

 ราหูเสริมราศี หลวงพ่อน้อย

มีดหมอ หลวงพ่อเดิม

เป็นต้น

 

แต่ที่เป็นสุดยอดปรารถนาจริงๆ คงไม่มีชิ้นไหนเกิน เขี้ยวเสือ หลวงพ่อปาน ไปได้ เขี้ยวใหญ่ จารครบสูตร ดูง่ายสมบูรณ์ ต้องมีเงินล้าน ถึงจะได้มาครอบครอง บางครั้งมีเงินก็ใช่ว่าจะหามาครอบครองได้ ดีไม่ดี เจอของเก๊ฝีมือจัดเข้าก็จะชีช้ำ เงินก็เสีย แขวนของปลอมให้หนักคอเข้าไปอีก เหนื่อยละคุณเอ๋ย

ในฉบับนี้เราจะพาคนชอบเครื่องรางมารู้จัก หลวงพ่อปานกันพอสังเขป เพื่อปลูกศรัทธา ไม่แน่ว่า ถ้าคุณมีวาสนาอาจจะได้เขี้ยวเสือหลวงพ่อปานไว้ในครอบครองก็ได้ ใครจะไปรู้

สมัยที่หลวงพ่อปานยังเป็นเด็ก ท่านใช้ชีวิตตามแบบชาวชนบทธรรมดา จนเมื่อโตเป็นหนุ่ม มีเรื่องเล่าว่า วันหนึ่งท่านเดินทางไปหาหญิงสาวที่รักชอบพอกันอยู่ แต่พอล้างเท้าก้าวขึ้นบันได ปรากฏว่าบันไดที่แข็งแรงก็เกิดหลุดออกจากกัน จนท่านพลัดตกบันไดเป็นที่อัศจรรย์ ท่านจึงมีลางสังหรณ์ว่าชาตินี้คงสิ้นวาสนาในทางโลกเสียแล้ว เมื่อกลับถึงบ้านท่านจึงดำริถึงการออกบวช ด้วยว่าท่านคิดว่าท่านคงไม่เหมาะกับฆราวาสวิสัย

จากนั้นหลวงพ่อปาน ได้มาบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) กรุงเทพมหานคร จวบจนเมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ท่านก็ได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดอรุณราชวรารามนั่นเอง โดยมี “ท่านเจ้าคุณศรีศากยมุนี” เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่ออุปสมบทแล้วหลวงพ่อปานได้ตั้งใจศึกษาทั้งด้านวิปัสนากรรมฐาน รวมไปถึงวิชาพุทธาคมต่างๆ โดยท่านได้รับการถ่ายทอดจากพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคม ในเวลาต่อมาท่านจึงได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่วัดมงคลโคธาวาส ท่านได้เดินทางไปเรียนวิปัสสนากรรมฐานเบื้องต้นกับ “พระอาจารย์ที่วัดสมถะ (วัดอุทยานนที) อ.เมือง จ.ชลบุรี”

หลังจากนั้นท่านได้ทราบว่าพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมแก่กล้าอยู่ที่อ่างศิลา หลวงพ่อปาน และสหธรรมิกสนิทของท่าน “หลวงพ่อเรือน” และ “หลวงพ่อวัดกระบกขึ้นผึ้ง (พระอาจารย์ของหลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก)” ได้เดินทางสู่ภาคตะวันออกไปจนถึง วัดอ่างศิลา เมืองชล

การเดินทางครั้งนี้ก็เพื่อไปขอศึกษาวิทยาคมจาก “หลวงพ่อแตง” เจ้าอาวาสวัดอ่างศิลา ในครั้งนั้นมีเรื่องเล่าว่า หลวงปู่แตงท่านต้องทดสอบวาสนาของศิษย์ที่จะศึกษาวิชาของท่านเสียก่อน โดยให้ไปหาเขี้ยวเสือมาแกะเป็นรูปเสือ แล้วปลุกเสกด้วยมนต์ที่ท่านสอนจนเสือลุกขึ้นเองได้ จากนั้นไปใช้คาถาขับเสือนั้นไปวิ่งเข้าป่าไป แล้วจึงใช้มนต์เรียกกลับมา หากเสือกลับมาถือว่าให้เรียนได้ ถ้าเสือนั้นไม่กลับมาถือว่าไม่มีวาสนา ในครั้งนั้นมีผู้มาขอศึกษากับหลวงปู่แตงหลายรูปด้วยกัน แต่มีเพียงเสือของหลวงพ่อปานที่วิ่งกลับมา ส่วนหลวงพ่อวัดกระบกขึ้นผึ้งได้วิชาการทำ “แพะเมตตา” แทน

หลวงพ่อปานร่ำเรียนวิชาเสือกับหลวงปู่แตงจนเมื่อมีความเชี่ยวชาญแล้ว จึงได้อำลาพระอาจารย์กลับมาพำนักอยู่ที่วัดมงคลโคธาวาส พร้อมด้วยพระอาจารย์เรือน ณ วัดบางเหี้ย (ปัจจุบัน คือ วัดมงคลโคธาวาส)

หลวงพ่อปานนั้นนอกจากชาวบ้านทั่วไปจะศรัทธากันอย่างท่วมท้นแล้ว แม้แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังมีพระราชนิพนธ์ เรื่อง “เสด็จประพาสมณฑลปราจิณ” เล่าถึงหลวงพ่อปานว่า

“พระครูปานมาหาด้วย พระครูปานรูปนี้นิยมกันในทางวิปัสสนาและธุดงค์วัตร มีพระสงฆ์วัดต่างๆ ไปธุดงค์ด้วยสองร้อยสามร้อย แรกลงไปประชุมที่วัดบางเหี้ยมีสัปบุรุษที่ศรัทธาเลื่อมใสช่วยกันเลี้ยงกินน้ำจืดที่มีไว้เกือบจะหมดแล้วก็ออกเดิน ทางที่เดินนั้นลงไปบางปลาสร้อย แล้วจึงเวียนกลับขึ้นไปปราจิณ นครนายก ไปพระบาท แล้วเดินลงมาทางสระบุรี ถ้ามาตามทางรถไฟแต่ไม่ขึ้นรถไฟเว้นแต่พระที่เมื่อยล้าเจ็บไข้ ผ่านกรุงเทพฯ กลับลงไปบางเหี้ย ออกเดินทางอยู่ในแรมเดือนยี่กลับไปวัดอยู่ในราวเดือนห้าเดือนหก ประพฤติเป็นอาจิณวัตรเช่นนี้มา ๔๐ ปีแล้ว

คุณวิเศษที่คนเลื่อมใส คือ ให้ลงตะกรุด ด้ายผูกข้อมือ รดน้ำมนต์ ที่นิยมกันมากคือ เขี้ยวเสือแกะเป็นรูปเสือ เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ฝีมือหยาบๆ ข่าวที่ร่ำลือกันว่า เสือนั้นเวลาจะปลุกเสกต้องใช้หมูมาล่อ ปลุกเสกเป่าเข้าไปเมื่อไร เสือนั้นจะกระโดลงไปในเนื้อหมูได้

ตัวพระครูเองเห็นจะได้ความลำบากเหน็ดเหนื่อยในการที่ใครๆ กวนให้ลงโน่นลงนี่ เขาว่าบางทีก็หนีไปอยู่ในป่าช้าที่พระบาทฯ (สระบุรี) บางทีก็หนีไปอยู่บนเขาโพธิ์ลังกา คนก็ยังตามไปกวนไม่เป็นอันหลับอันนอน แต่บริวารเห็นจะได้ผลประโยชน์ในการทำอะไรๆ ขาย เวลาแย่งชิงก็ขึ้นไปถึง ๓ บาท ว่า ๖ บาทก็มี ได้รูปเสือนั้นแล้วจึงไปให้พระครูปลุกเสก สังเกตดูอัธยาศัยเป็นคนแก่ใจดีมีกิริยาเรียบร้อย อายุ ๗๐ แล้วยังไม่แก่มาก รูปร่างล่ำสันใหญ่โต เป็นคนพูดน้อยมีคนมาช่วยพูด”

จะเห็นว่าในพระราชนิพนธ์ “เสด็จประพาสมณฑลปราจิณ” ได้เล่าถึง “พระปาน” อย่างละเอียดทีเดียว โดยเฉพาะเรื่องราคาเช่าหาเขี้ยวเสือของหลวงพ่อปานสมัยนั้น

หลวงพ่อปานมรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ เวลา ๔ ทุ่ม ๔๕ นาที สิริอายุได้ ๘๕ ปี ดำรงอยู่ในสมณเพศพรรษาที่ ๖๕ และได้รับพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๔ ด้วยคุณงามความดีของท่าน ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ตราพระราชบัญญัตินามสกุลขึ้นใช้ ลูกหลานของหลวงพ่อปาน ได้ใช้ชื่อของบรรพบุรุษมาตั้งเป็นนามสกุลว่า “หนูเทพย์”

เอากันพอหอมปากหอมคอ พอรู้เป็นสังเขปกันแค่นี้นะครับ

Did you find apk for android? You can find new Free Android Games and apps.

About The Author

Profile photo of miracle2727

ASDFSADFASD ASDFA SDFASD FASDASDF ASDFASDFASDFASDFASDFASDFASDF ASDFASDFASDFASDF DSADFASDFASD ADSFADSFASDF ASDFASDFASDF ASDFASDFASDF ASDFSADFASF ASDFASDFASDFA ASDFASDFASD DSAFASDFSADF

Related posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Translate »

Responsive WordPress Theme Freetheme wordpress magazine responsive freetheme wordpress news responsive freeWORDPRESS PLUGIN PREMIUM FREEDownload theme free